กว่าจะมาเป็นวันนี้
 
  ทำนายดวง 7สี7อารมณ์ ประจำปี 2557
  ทำนายดวงชะตา 12ปีเกิดของคุณ ประจำปี 2557
  สั่งซื้อหนังสือ 7สี7อารมณ์ ทำนายดวงปี2557 ด่วน
  แก้อาถรรพ์คนเกิดปีชง พ.ศ.2557
  ประกาศรางวัลเทวาฤทธิ์ดีเด่นประจำปี 2556
  ระวังคนปีชง 2556
  @ทำนายดวงการงานและการเรียนของท่านตามวันเกิด พ.ศ.2556
  @ทำนายดวงชะตา 12 ปีเกิดของคุณประจำปี 2556
  @มาแล้วการแก้เึคล็ดทำบุญเสริมดวงตามวันเกิด พ.ศ.2556
  @ทำนายดวงความรักและครอบครัวตามวันเกิดประจำปี2556
  แต่งเติมสีสันบนใบหน้าสาวตามราศี ตำราหมอหยอง
   
หน้า :  l  1  l 2  l 3  l 4  l
 
 
 
 
   
 
   
 
   
 
   
 

 
 
วันที่โพส : 13-09-2551  II   อ่าน 5615  II   ความเห็น 1
 
 
 


นักโหราศาสตร์ขวัญใจทุกรุ่นทุกวัย ผู้ทำนายชะตาด้วยพลังวันเกิด

ร่วมสามสิบปีเต็ม ที่ชื่อเสียงของหมอดูชื่อดัง นาม หมอหยอง หรือ นายสุริยัน อริยวงศ์โสภณ เป็นที่รู้จักของคนทุกรุ่นและแทบทุกรุ่น แม้ทุกวันนี้หากกล่าวถึงวงการนักโหราศาสตร์เมืองไทย ชื่อของหมอหยองก็จะติดอยู่ในอันดับต้นๆของการสำรวจทุกครั้งก็คงจดจำได้ ในสไตล์เฉพาะตัวของหมอหยอง หมอดูยุคไฮเทคคนนี้ได้อย่างแน่นอน

หมอหยองเกิดที่จังหวัดตรัง ตอนที่เขาจะเกิดคุณแม่เห็นพระอาทิตย์ดวงใหญ่พุ่งเข้าท้อง และเขาก็คลอดออกมาเวลาเที่ยงตรงพอดี จึงได้ชื่อว่า”สุริยัน” อันมีความหมายว่า “พระอาทิตย์” เขาเป็นลูกคนที่ 9 ของครอบครัว ในจำนวนพี่น้อง 13 คน  บิดาประกอบอาชีพค้าขาย  ส่วนมารดา ก็ช่วยบิดาทำงาน  ท่ามกลางชีวิตที่เกิดมาต้องดิ้นรนและช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในบ้าน ชีวิตที่ไร้ความฝันและไร้การคาดคะเนว่า  วันหนึ่งพระพรหมจะลิขิตให้เขาต้องเป็นหมอดูชื่อดัง ดั่งเช่นทุกวันนี้

เมื่ออายุ ๗ ขวบ หมอหยอง ต้องออกขายหนังสือพิมพ์เพื่อนำรายได้มาช่วยทางบ้าน และเป็นทุนการศึกษาของตนเอง และวันหนึ่งโชคชะตาก็พลิกชีวิตของเขา จากเด็กขายหนังสือพิมพ์จากเด็กบ้านนอก ให้ต้องเดินทางบนถนนสายดวงดาว  เมื่อเขากำลังวิ่งขายหนังสือพิมพ์ รถสามล้อหรือรถตุ๊กตุ๊ก ได้พุ่งเข้าชนร่างเขาอย่างจัง หมอหยองรู้สึกเพียงแต่ว่า เขาถูกเหล็กหนักๆ ซักแท่งหนึ่งกระแทกร่างเขาเท่านั้น แล้วจากนั้นความรู้สึกของเขาก็ดับวูบลงทันที

ในความทรงจำเมื่อเขาฟื้น เมื่อสลบไป 5คืนกับ 6วันเต็มๆ เขาเห็นตัวเอง เดินอยู่ในที่กว้างใหญ่ เสมือนสนามหญ้ากว้างๆ ผู้คนเดินไปข้างหน้า ไม่มีใครพูดคุยกับใคร แม้ว่าเขาพยายามจะเรียก หรือพยายามจะพูดคุยด้วยก็ตาม ดูเหมือนคนเหล่านั้น  ต่างไม่สนใจตัวเขา ต่างพากันเดินไปข้างหน้า ครู่ต่อมา หมอหยองมองเห็นพระสงฆ์องค์หนึ่ง เดินอยู่ข้างหน้าของเขา  จิตใต้สำนึกของเขาตอนนั้น บอกตัวเองว่า นั้นคือหลวงปู่ทวด พระเถระผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนับถือกันทั่วประเทศโดยเฉพาะคนปักษ์ใต้  ที่เขาคิดเช่นนั้น เพราะว่า ตัวเขาเองก็แขวนเหรียญหลวงปู่ทวด ที่แม่ให้มาแขวนไว้คุ้มครองตัวเอง
หมอหยองตะโกนเรียก “หลวงปู่ หลวงปู่” สุดเสียง ไม่มีเสียงตอบแต่มีเพียงพระเถระองค์นั้นหยุดเดินและหันหน้ามามองตัวเขา   ไม่พูดไม่ขยับริมฝีปาก แต่จิตใต้สำนึกของเขาบอกว่า ท่านให้เดินตามท่านไป ท่านจะพาไป พาไปไหน...หมอหยองถามตัวเอง แต่ก็ไร้คำตอบ เขาทำได้เพียงแค่เดินตามไปนั้น

เดินผ่านลานกว้างๆ  มีแสงสว่างเสมือนตะเกียงเล็กๆ อยู่ข้างหน้า   พอใกล้จะถึงแสงสว่างนั้น ข้างหน้ามีศาลาใหญ่ กลิ่นหอมของดอกไม้ นานาชนิดสิ่งกลิ่นกรุ่นหอมเย็นใจเต็มไปทั่ว พระเถระองค์นั้น หยุดแต่ไม่ได้หันหลังมา  หมอหยอง หยุดยืนอยู่ข้างหลัง

“อาตมาพาเจ้ามาส่ง ถึงที่ของเจ้าแล้ว...”  หลวงปู่องค์นั้น ไมได้ขยับรมฝีปากเหมือนเดิมแต่หูสองข้างของหมอหยอง  ได้ยินชัดเจน  พอจะถามต่อว่า ส่งถึงที่ไหน เพราะในใจของเขาอยากจะให้พากลับไปส่งบ้าน  พระเถระองค์นั้นก็หายไปแล้ว หมอหยอง เดินขึ้นไปบนศาลา  ข้างในนั้นเย็นและเขารู้สึกว่า ไม่เคยเห็นสถานที่นี้มาก่อน  ทันใดนั้น เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองด้านบน เขาต้องผงะ เพราะสิ่งที่เขาเห็นก็คือ องค์พระพิฆเนศวร ในตอนนั้นหมอหยองยังไม่รู้จักว่าท่านเป็นเทพ หรือเป็นองค์อะไร จึงตกใจมาก เพราเห็นศีรษะเป็นช้าง

“เจ้าสิ้นอายุแล้ว.....เจ้าสิ้นอายุแล้ว เราจะต่ออายุให้เจ้า เพราะบุญเก่าของเจ้าได้สร้างไว้มาก และได้ช่วยผู้คนไว้มาก เราจะผ่านจิตของเจ้า ให้เจ้าเห็นอดีต เห็นอนาคต และสามารถเตือนผู้คนที่หลงทาง และมีทุกข์ ให้กลับใจ ทำแต่ความดี เพื่อสร้างกุศล ให้ชีวิตดีขึ้น...  จำไว้เจ้าสิ้นอายุแล้ว ต่อไปในสิบปีข้างหน้า เราจะไปหาเจ้า เจ้าจะมีภาระที่เราจะมอบให้เจ้า....”

เสียงนี้ยังดังก้องโสตประสาททุกครั้ง  แม้กระทั้งทุกวันนี้ เมื่อเขานั่งทบทวนถึงความเป็นมาของชีวิตในอดีต เขาร้องไห้ และเรียกร้องหาแม่

หมอหยองรู้สึกตัวอีกครั้ง  ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาที่ร้องไห้อยู่  รอบข้างมีแม่และพี่น้องของเขา ยืนรอบๆ ทราบต่อมาว่า วันนี้แพทย์ให้แม่กับพี่น้องมารับร่างเขาไปทำศพ เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่เขานอนเสมือนสลบไป อย่างไม่รู้สึกตัว ชีพจรเต้นต่ำลงๆ จนหยุดสนิท  แพทย์ลงความเห็นว่าเขาได้รับการกระทบกระเทือนจาก รถสามล้อชนอย่างแรง เลือดออกในสมอง  และเสียชีวิต

แต่เขาก็ฟื้น ท่ามกลางความตกอกตกใจของทุกคน แม้กระทั่งแพทย์ผู้รักษา ก็พากันงงงวยสงสัย เมื่อเขาเล่าเรื่องต่างๆที่เขาไปพบเจอให้แม่และทุกคนฟัง ทุกคนลงความเห็นว่า เขาเพ้อเจ้อ เพราะว่าสมองกระทบกระเทือนอย่างหนัก อาจจะเพี้ยนไป  แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ว่า เขาฟื้นขึ้นมาได้อย่างไร

เมื่อหมอหยองอายุ ๑๗ปีเต็ม เขาเรียนหนังสือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔  โรงเรียนเตรียมอุดดมศึกษา พญาไท กรุงเทพฯ  เขาป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ  แม้แต่เมื่อพาไปโรงพยาบาลพบแพทย์อาการก็ไม่ปรากฏว่าผิดปรกติ แต่สำหรับเขา ดูเหมือนว่าหนาวสั่น และหัวใจเย็นยะเยือกอย่างบอกไม่ถูก  เมื่อรักษาทางวิทยาศาสตร์ไม่หาย แม้ว่าตอนนั้นเขาจะไม่เชื่อ ว่าจะรักษาทางอื่นได้อย่างเด็ดขาด เพราะว่าเขาเรียนทางวิทยาศาสตร์ แต่เพราะความไม่กล้าขัดใจพี่สาวที่เขาอาศัยอยู่ด้วย  วันหนึ่งมีแม่ชีวัดเพลงวิปัสสนา มาบอกว่าให้นำเขาไปพบแม่ชีที่ป่าช้าหลังวัด  แม่ชีปักกลดอยู่ที่นั้น

“ลูกไม่ได้ป่วย ที่จะรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้หรอก....ลูกมีสัญญา  ลูกมีภาระหน้าที่...เมื่อสิบปีที่แล้ว ลูกได้หมออายุลงแล้ว  แม่ชีลูกเพราะแม่ชีสื่อได้กับสิ่งที่คนทั่วไปสื่อไม่ได้....ลูกจะมีความสามารถ รู้อนาคตและรู้ดวงชะตาของคนทั่วประเทศ  จะมีชื่อเสียง แต่จะต้องทำบุญและอุทิศตนแต่ทำความดี เพื่อสะสมเป็นเสบียงกุศล  ตามที่เทวะบัญชา    ไม่สามารถผิดคำมั่นและสัญญาได้...อย่างเด็ดขาด ต่อไป  เพียงสัมผัสใบหน้า รู้วันเกิดของคน  ลูกก็จะมีพลังทิพย์ ที่สามารถรู้อนาคตและบอกอดีตของเขา ได้อย่างแม่นยำเป็นไปตามสัญญา....สัญญาที่ลูกถูกบัญชา เมื่อสิบปีที่ผ่านมา”

จากนั้นเป็นต้นมา มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต และทำให้เส้นทางชีวิตของหมอหยองต้องเข้าสู่ถนนนักโหราศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับ จากทุกวงการ ไม่ว่านักการเมือง ดารานักแสดง นักธุรกิจ และข้าราชการระดับสูง แม้กระทั่งคนทั่วไป ทุกระดับชั้น ล้วนหมอหยอง ได้เคยช่วยเหลือมามากมายแล้วทั้งนั้น

การทำนายดวงชะตาด้วยวันเกิด  เป็นการทำนายที่ส่งผลอย่างไรบ้างกับคนที่จะมาทำนาย

“วันเกิดเป็นวันที่กำหนดชะตา ของคนๆนั้น แน่นอนคนย่อมเกิดวันเดียวกันมากมาย แต่คนที่เกิดในวันเดียวกัน ก็จะมีพลังแห่งวัน  และอำนาจของวันเกิดที่ตัวเองเกิดนั้นๆ คล้ายๆ กันมาก เมื่อนำเอามาตั้งเป็นตัวหลักในการทำนาย เราจะได้เพ่งมองเห็นถึง อำนาจแห่งชีวิต อำนาจแห่งพลังดวงดาว ที่จะส่งผลต่อตัวเขา  จากพื้นสุด ด้านลักษณะนิสัยที่ส่งผลเฉพาะตัว  เราจะเห็นได้ชัดว่า ลูกที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกัน สอนเหมือนกัน อบรมเหมือนกัน แต่นิสัยต่างกัน  นี้เป็นจุดหนึ่งที่เกิดมาจากอำนาจของอิทธิพลแห่งวันเกิดของเขา หลักในการทำนายของอาจารย์ใช้ วันเกิด เช่น เกิดวันอังคาร ก็มีดาวอังคารเป็นแกนหลักส่งผลต่อชีวิต ทั้งในอดีต และในอนาคต แน่นอนและส่งผลต่อจิตใต้สำนึก การคิด การตัดสินใจ ของคนที่เกิดวันอังคาร ย่อมแตกต่างกับคนที่เกิดวันอื่นๆ

การดูดวงจากวันเกิด เบื้องต้นจะรู้นิสัยของคนที่เราจะดู รู้ถึงความต้องการ ความปรารถนา  และอารมณ์ในการตัดสินใจ ในปัญหาต่างๆ  เรื่องต่างๆ นั้นแหละครับจะนำไปสู่เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นกับชะตาชีวิตของเขา หากวันเกิดของเขามีอำนาจ แห่งดวงดาวของการทำลาย จะทำให้ใจของเขาเร่าร้อน และวู่วาม การตัดสินใจ ในแทบทุกเรื่อง หากขาดความยั้งคิด  เขาจะต้องล้มเหลว

ไม่ใช่การทำนายตามวันเกิดอย่างเดียวจะแม่นยำทั้งหมดนะครับ  วันเกิดเป็นแกนหลักแรกเท่านั้น ตามด้วย วันที่และเดือนเกิด  ปีพ.ศ.เกิด  เมื่อนำเอามาผูกดวงเอาด้วยกันแล้วจะสามารถเห็นชัดเจนถึงอุปสรรค และความสำเร็จ ในชีวิตของคนคนนั้น  อย่างแม่นยำ

นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้คำทำนายของอาจารย์เป็นที่ยอมรับ และได้รับความศรัทธามาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะการที่ตัวเองได้รับพลังจิต  จากองค์พระพิฆเนศวร ซึ่งจะทำให้เห็นภาพที่จะเกิดขึ้นในชะตาชีวิตของคนที่จะทำนาย ชัดเจน และแม่นยำเป็นเรื่องๆทีเดียว “
หลักในการทำนายของอาจารย์หมอหยอง จึงจะต้องใช้วันเกิด หากเป็นคนต่างชาติ เขาจะต้องนำไปเทียบกับปฏิทินร้อยปีแบบสากล และที่สำคัญหากคนที่มาขอให้เขาทำนาย ไม่มั่นใจในวันเกิดของตัวเอง ว่าได้จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ อาจารย์หมอหยอง ก็จะต้องขอนำเอามานั่งสมาธิ หรือเรียกกันว่า การทำนายจากพลังจิต ที่ได้รับการฝึกอย่างนิ่งและมั่นคงแล้วนั้นเอง  จึงสามารถทำนายดวงชะตาได้”

หลักในการทำนายของอาจารย์  หากมีคนมาดูหมอ อาจารย์มีวิธีการอย่างไรบ้าง

“ไม่ว่าเราจะฝึกการนั่งสมาธิ มามากอย่างไรก็ตาม จำไว้ว่าพลังจะใช้งานมากเกินไปไม่ได้ การทำนายดวงชะตาของผู้คน เป็นเรื่องที่จะต้องทำอย่างจริงจัง และแน่นอน ไม่สามารถทำนาได้เรื่อยเปื่อยวันละเป็นสิบยี่สิบคนแบบ หมอดูพกตำราอย่างแน่นอน มันต่างกัน สำหรับอาจารย์ ดูได้มากที่สุด 5 คนเท่านั้นต่อวัน เพราะเกินจากนั้น พลังจะอ่อนแรง และจะไม่สามารถทำนายได้อย่างแม่นยำ เหมือนจับวางได้ นั้นเป็นคำบัญชา และสัญญาที่องค์เบื้องบนผู้ต่ออายุของอาจารย์ ได้กำหนดไว้  เคยมีความสงสาร อยากช่วยคนที่เดือดร้อนมาก นั่งทำนายให้กับคนที่ 6 ของวันนั้น เชื่อไหม ไม่ถูกแม้ซักคำเดียว และปวดหัวมาก คืนนั้นสวดมนต์ เจอดีเลย โดนลงโทษ เพราะเรื่องอย่างงี้ สำหรับคนที่ถูกลิขิตให้เป็น ไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ใช่อาชีพ มันเป็นหน้าที่ หน้าที่ ที่ถูกกำหนด อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนกว่าวันหมดลมหายใจ.....”

งานที่เป็นอาชีพของอาจารย์หมอหยองในทุกวันนี้ ทำอะไรบ้าง

“อาชีพที่นำเงินมาเลี้ยงดูตัวเอง และส่งเสียพ่อแม่ตอนนี้ ก็คือ เป็นอาจารย์สอนหนังสือ เป็นอาจารย์ประจำนะครับ สอนวิชาโฆษณา และประชาสัมพันธ์ อันนี้สอนแบบความรู้ทางวิชาการที่เรียนจบมาจริงๆ  สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรังสิต แต่ตอนนี้ ก็ออกมาเป็นอาจารย์สอนพิเศษตามสถาบันต่างๆและบรรยายกับนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ อันนี้เป็นเรื่องวิชาการ เป็นอาชีพ  มีเงินเดือน ก็พออยู่ได้ ไม่มากนักหรอกครับ  แต่สำหรับการทำนายดวงชะตา ในสมัยก่อน จะต้องนำเงินค่าครู ไปทำบุญให้กับคนที่มาดูเพื่อให้เจ้ากรรกมนายเวรของเขา ช่วยอโหสิกรรม ดวงชะตาจะได้ช่วยแก้กรรมให้ทุเลา เบาบางลง  และชีวิตใหม่ของเขาก็จะดีขึ้น

ทุกวันนี้ตั้งแต่ไปสอนหนังสือเป็นอาจารย์ประจำที่หมาวิทยาลัย ก็ไม่ได้เปิดรับจองทำนายดวงชะตาให้คนที่จะมาดู แบบดูดวงตัวต่อต่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ เพราะว่าเอาเวลาไปทุ่มเทกับงานสองงาน    คืองานสอนหนังสือที่เป็นอาชีพ และงานสังคมสงเคราะห์  เข้าไปทำงานแบบเสมือนงานประจำเลยครับ  ที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ อันนี้เป็นอาสาสมัคร ไม่มีเงินเดือน ทำฟรี แต่ก็ได้บุญ ได้กุศล ได้ความสุข เหมือนตอนช่วยเหลือคนที่มาดูดวง ดูหมอนั้นแหละครับ  แต่อันนี้ช่วยได้มากกว่า เพราะทำแบบนโยบายและลงไปปฏิบัติแนะนำจริงๆ...
สำหรับการทำนายดวงชะตา ก็มีคนเรียกร้องให้กลับมาทำนายแบบดูดวงตัวต่อตัวอีก แต่ก็สัญญากับตัวเอง และอง๕พระพิฆเนศวรแล้วว่า ขอหยุดอย่างจริงจัง เพราะเรามาสอนหนังสือ งานที่เราชอบ และก็ได้ช่วยสร้างอนาคตให้เยาวชนจริงๆ ตรงนี้ชอบมากครับ หยุดรับทำนายดวงส่วนตัวมา 10ปีเต็มแล้วครับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ถามคนทั่วไปได้  แต่ก็มีคนยังรอนะครับ เขาบอกว่าเขาประสบความสำเร็จ เขามีกำลังใจ และเขามีชีวิตใหม่เพราะเรา อยากให้เรากลับมาทำนายจับกระดานโหรอีกครั้ง  แต่ตอนนี้ยังใจแข็งครับ เพราะว่ายังสนุกกับงานที่ตัวเองทำอยู่

สำหรับการทำนาย  การดูหมอ  ก็ได้เปลี่ยนเป็นการทำนายแบบเขียนลงหนังสือแทน  ทำพ็อกเก็ตบุ้คทำนายดวงชะตา ออกในแต่ละปีบ้าง  ทำเป็นเทปทำนายดวงชะตาบ้าง  อันนี้ก็ทำมาเกือบทุกปี ปีละครั้ง เพราะใช้เวลานั่งสมาธิ และคำนวณให้แม่นยำมาก  เขียนครั้งหนึ่ง หรือทำนายครั้งหนึ่ง ต้องใช้เวลาร่วมสามเดือนเต็ม ก็เลือกเอาตอนปิดเทอม ไปปฏิบัติธรรม และนั่งสมาธิ ทำนายออกมา   ออกจำหน่าย ขายเป็นลิขสิทธิ์บ้าง  รายได้ทั้งหมดก็มอบบริจาคให้องค์การกุศลทั้งหมด และยกบุญกุศลทั้งปวงให้กับองค์พระพิฆเนศวร ผู้ที่ต่อชีวิตให้มาเดินบนถนนสายนี้ ในทุกวันนี้  รวมกระทั่งผู้ที่ช่วยซื้อและศรัทธา เอาบุญเสริมให้เขา แนะนำวิธีแก้เคราะห์ให้เขา  เขาก็จะดีขึ้นครับ..”

ถ้ามีคนสนใจ จะสามารถมาดูดวงชะตากับอาจารย์หมอหยอง ได้หรือเปล่า

“ก็ต้องขอโทษนะครับ หากต้องดูเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าเรื่องทำนายดวงชะตา หรือว่าสถานที่ฮวงจุ้ยก็ตามตอนนี้ อาจารย์ยังหยุดรับทำนายดวงชะตาให้กับการทำนายส่วนตัว ก็เห็นใจครับ เพราะว่าช่วงนี้มีผู้มาขอให้ทำนายดวงชะตา เดินทางมาจากสิงค์โปร์ และฮ่องกง จีนมากเป็นพิเศษ เพราะว่ามีรายการทีวีฮ่องกง และซีวีดีของสิงค์โปร์ มานำเรื่องราว ประวัติไปเผยแพร่ ก็กำลังคิดว่า จะตัดสินใจอย่างไรต่อไป สำหรับเรื่องนี้ครับ.....”

และนี้ก็คือเรื่องราว บางส่วนบางตอนของชีวิตที่เดินผ่านกาลเวลา และน่าท้าพิสูจน์ของเด็กบ้านอกจากจังหวัดตรัง ผู้ที่เล่าเรียนและรักวิชาวิทยาศาสตร์  แต่วิถีชีวิตก็ถูกท้าทายด้วยการพลิกชะตา  เดินบนเส้นทางที่สามารถทำนายดวงชะตา และลิขิตชีวิตให้ผู้คนมาเป็นเวลายาวนาน จนถึงทุกวันนี้

 
 
เพื่อน ๆ ที่ต้องการเข้าใช้งานเว็บนี้ ต้องสมัครสมาชิกก่อนนะครับ
ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิก ก็ สมัครสมาชิกที่นี่ ได้เลย
ช่วยกับโพสข้อความที่สุภาพด้วยนะครับ
 

อยากให้หมอหยองทำนายเรื่องน้ำท่วมกทม.ในอนาคตอันใกล้ นี้ ไม่ทราบว่าเหลือเวลาอีกกี่ปีคะ